AeroPress เครื่องทำกาแฟจากไอเดียเกิดของคนทำของร่อนในเช้าวันหนึ่ง

July 31, 2016

Please reload

สัมภาษณ์โดย Steven Levy, Mar 16, 2015

แปลโดย GRAPHDREAM.COM

ภาพโดย Jason Henry

 

 

เรื่องของคนที่รักกาแฟ รักการออกแบบ ชอบความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นผู้ประกอบการ ควรอ่าน!! AeroPress คือสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นมาเพียงไม่กี่ปีมานี้ แต่มันไปไกลมากจนคนประดิษฐ์ยังงุนงงกับมัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Alan Adler เป็นนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน สิ่งประดิษฐ์ของเขารวมถึงของเล่นพลศาสตร์เช่น footballs with fins, flying rings และ แผ่น Aerobie Pro flying ring set สร้างสถิติโลกหลายสถิติสำหรับวัตถุโยนไกล. 

 

ในปี 2005 เขาคิดค้นอุปกรณ์ชงกาแฟ และวิธีการที่เรียกว่า AeroPress. เขามีประมาณ 40 สิทธิบัตรในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, เลนส์และอากาศพลศาสตร์ เขาบรรยายในสาขาวิศวกรรมเครื่องกลที่มหาวิทยาลัย Stanford University และได้แสดงปาฐกถาที่นาซ่า, The Royal Aeronautical Society, Princeton University, California Institute of Technology, Egan Junior High School, and University of California 

นี่คือบทสัมภาษณ์ของ Alan Adler คนที่คิด ทดลองทำมันจนเกิดเป็น AeroPress ที่เราได้เห็นและฮิตกัน

 

ตอนไหนที่คุณเริ่มต้นไอเดีย “AeroPress”?

ผมได้มีการสนทนากับภรรยาของผู้จัดการฝ่ายขายของเรา เราสงสารเครื่องชงกาแฟแบบดริปด้วยไฟฟ้าในเวลาที่เราต้องการกาแฟเพียงแก้วเดียวซึ่งมันดูไม่ค่อยเวิร์ค ผมเริ่มเกิดความท้าทายและเริ่มต้นทดลองการชงแบบง่ายด้วยการดริปจากกรวยที่วางบนแก้ว

 

สิ่งที่คุณรู้เกี่ยวกัยกาแฟก่อนหน้า?

สิ่งที่รู้คือถ้าเราชงกาแฟด้วยอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเดือด กาแฟจะมีรสหวาน ผมได้เรียนรู้จากกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ติดมากับกล่องใส่ Chemex ที่เราซึ่งมาเมื่อ 20 ปีก่อน

นั่นคือไม่มาก ดังนั้นวิธีการที่คุณจะเริ่มต้นเป็นอย่างไร?

โดยการชิมกาแฟและพบว่า อุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียส ด้วยการทำกาแฟแบบดริป ซึ่งมีดีมากหากต่ำกว่าจุดเดือด แต่ความจริงแล้วผมมีความทุกข์ในเวลาที่กาแฟเริ่มหยดผ่านมา 4-5 นาที ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าอุณหภูมิต่ำและใช้เวลาทำกาแฟได้สั้นๆ จะทำให้กาแฟยิ่งหวานขึ้น ผมทดลองด้วยเครื่องมือต่างๆ เพื่อกดกาแฟให้ละลายลงบนกรวย แต่ก็ยังไม่พบวิธีที่ทำได้ด้วยการกดแล้วให้เวลาสั้นลง ผมคิดว่าผมต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดช่องสูญญากาศ  ดังนั้น ผมจึงเริ่มร่างแบบและทำมันในห้องทดลอง และก็พบความอร่อยบ้าง ได้ลิ้มรสชาติที่ขมน้อยกว่าปกติที่ได้จากการดริป

คุณทำมันกี่ครั้งกว่าจะได้อย่างที่คุณต้องการ?

40 กว่าครั้งกับการทดลองต้นแบบ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงแรกมันก็ได้ผล แต่ก็ไม่รู้จะใช้งานในสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นมาได้ยังไง

ในช่วงครึ่งแรกของปี 1994 ผมได้ออกแบบและสรุปว่าจะสั่งผลิตแม่พิมพ์ แต่ก่อนที่ฉันทำจริง ผมทำต้นแบบที่เหมือนกันด้วยมือ 4-5 ชิ้น ผมอยากจะนำพวกต้นแบบนี้ส่งไปให้ใครบางคนที่ไม่รู้จักผม ภรรยาผู้จัดการของผมเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนมัธยม เรามอบมันให้กับครูผู้สอน และขอให้พามันกลับบ้านและทำกาแฟกับมันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ พวกเขาทุกคนรักมัน หวังว่าจะได้คำแนะนำเล็ก ๆ กลับมา จนผมได้ข้อสรุป ดังนั้นผมจึงออกแบบให้มีลักษณะหกเหลี่ยมส่วนปลายและผมได้สั่งผลิตแม่พิมพ์หลังจากนั้น

นี่คือการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ในบริษัทเล็กๆ ?

ใช่ มันเป็นการลงทุนมากถึงหนึ่งแสนดอลล่าห์ และเราไม่มีกำลังขายในตลาดนี้ เราเป็นผู้ผลิตเครื่องเล่นกีฬา

เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ?

ผมเกิดพฤษภาคม 1938 ในดีทรอยต์ แต่ครอบครัวย้ายไปอยู่ที่ LA หลังจากเกิดได้หกวัน ตอนเป็นเด็กผมคิดอยากจะทำสิ่งของธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวัน สิ่งของที่ได้พบเห็น จนเห็นรางรถไฟ ผมอยากจะเอาเหล็กไปรีดโดยให้รถไฟทับบนราง คิดว่าจะได้เหล็กที่บี้แบน แล้วทำด้ามจับเหมือนให้เป็นดาบ แล้วผมก็ขายให้กับเพื่อนๆ ของผม

 

พ่อแม่มีอิทธิพลของคุณหรือไม่?

พ่อผมไม่ได้มาทางนี้เลย เขาไม่เคยซ่อมอะไรในบ้านได้เลย และเมื่อผมอายุแปดขวบ แม่ได้หนังสือเป็นคู่มือสำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านมาเล่มหนึ่ง  เธอเริ่มเรียนรู้การเปลี่ยนปลั๊กไฟฟ้าและการซ่อมเครื่องซักผ้าและการซ่อมก๊อกน้ำ และผมก็เริ่มทำมันด้วยและสอนเพื่อนบ้านโดยรอบ

 

 

คุณไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมในโรงเรียน?

ผมได้เป็นช่างอิเลคทรอนิกส์ในช่วงวัยรุ่นและเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับวิศวกรรมด้วยตนเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุณไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์และวิศวกรในโรงเรียน?

ไม่เคย แต่ผมสอนวิทยาลัย ผมสอนที่ Stanford เป็นเวลาหลายปี ผมสอนหลักสูตรในวิชาเกี่ยวกับระบบเซ็นเซอร์และเรียนรู้เกี่ยวกับวิศวกรรมเครื่องกลไปพร้อมๆ กับการบรรยาย

 

แน่นอนผมมีความสามารถในการ [เป็นนักเรียน] แต่ผมไม่เคยมีวินัยในการทำงานทั้งหมด ผมจำได้ว่าหนึ่งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนเรขาคณิตการบิน (Plane geometry class) ผมส่งงานเป็นเรื่องการคำนวณที่ผิดปรกติและครูถามผมถึงที่มาที่ไปโดยให้พิสูจน์บนกระดานดำหรับส่วนที่เหลือให้เพื่อนๆ ในชั้นเรียนดู และเธอมองการพิสูจน์ของผมด้วยความตะลึง หลังจากนั้นฉันรู้ว่า เธอเห็นว่าพ่อของผมก็ไม่มีความสามารถและทำอะไรไม่ได้จริง เกรดของผมอยู่ปานกลาง ผมก็กระตือรือร้นที่จะเรียนให้จบและออกมาหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง

 

คุณเรียนรู้เรื่องได้ยังไงกับที่คุณลงทุนกับสิ่งประดิษฐ์ที่ซับซ้อน?

ผมอ่านตะกละตะกลาม ครั้งแรกที่ผมเข้ามารับผิดชอบเป็นวิศวกรและการออกแบบวงจร ที่ผมอาจจะอ่านจนถึงตีหนึ่งทุกคืนในแต่ละสัปดาห์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อไหร่ที่คุณเริ่มต้นการทำงานในโปรเจคของคุณเอง?

เร็วมาก ผมได้รับสิทธิบัตรครั้งแรกของในช่วงต้นทศวรรษ 1960 มันเป็นโคมไฟแบบพกพาที่มีวงจรซึ่งแปลงพลังงานจากแบตเตอรี่สามโวลต์ลงในแรงดันสูงเพื่อให้พลังงานกับหลอดนีออน แต่มันก็ไม่เคยได้ถูกผลิตจริงๆ 

 

ผมส่งมันไปยังผู้ผลิตไฟฉายได้แต่ไม่ได้รับการตอบรับ แต่ในที่สุด Rayovac ก็ผลิตสิ่งที่เกือบจะเหมือนกับสิ่งที่ผมได้ส่งผลิตออกมา ซึ่งพวกเขาไม่ได้ซื้อลิขสิทธิจากผม

 

คุณเริ่มต้นในการผลิตของเล่นได้ยังไง?

ผมออกแบบของเล่นที่เรียกว่า Slapsie ซึ่งเป็นพวงวงๆ เช่นเดียวกับเล่น Slinky และผมได้รับใบสิทธิบัตรที่ Wham-O

 

คุณทำข้อตกลงอย่างไรต่อ?

ผมทำต้นแบบออกมาจากไม้โดยใช้เวลาประมาณหนึ่งปี ในจำนวนที่ส่งไปประมาณ 12 บริษัท รวมทั้ง Wham-O สองครั้ง จนสิ้นปีผมถูกปฎิเสิธทั้งหมด 

 

อย่างไรก็ตามผมก็เดินเข้ามาใกล้ บริษัทที่จะผลิตและทำแม่พิมพ์จากการออกแบบของผมที่จะปรากฏร่วมกัน โดย Wham-O เรียกผมให้มาอธิบายถึงแม่พิมพ์ต้นแบบพลาสติกและได้หาข้อสรุปร่วมกัน และพวกเขาส่งข้อความว่ายอมรับที่จะผลิตมันมาทางไปรษณีย์ ผมเดินทางไป Wham-O ใน San Gabriel, California, กระเป๋าเดินทางที่มีทั้งเต็มรูปแบบของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ และพวกเขารักมัน พวกเขาบอกผมว่า “ในปีเดียวกันมีผมเพียงคนเดียวที่พวกเขาซื้อ” พวกเขานำไปผลิตขาย แต่ก็ไม่เคยขายดีจริง แต่ผมก็มีได้ลิขสิทธิในวันนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อะไรคือสิ่งที่คุณนำไปปรับปรุงจานร่อน (Frisbee)?

เมื่อใดก็ตามที่ผมเล่นจานร่อน ผมเกิดความรู้สึกว่ามันมีความหนา มามีความหนามากกว่านิ้ว ดังนั้นผมจึงตั้งใจเกี่ยวกับการพยายามที่จะออกแบบเครื่องร่อนที่บาง และผมก็ทำแผ่นบาง ๆ แต่หลายคนไม่พอใจมัน 

 

ดังนั้นผมจึงเริ่มที่จะทดสอบกับเครื่องร่อนแบบแหวน โดยเริ่มต้นกับ Skyro วงแหวนที่บินไกลออกไปม​​ากกว่าสองเท่าจากเครื่องร่อนเดิม พวกเขาทำยอดขายได้ประมาณล้านบาทและพวกเขามีความสุขยิ่งได้รับการจดบันทึก World Records 

 

แต่ในทางทฤษฎีมันมีเสถียรภาพที่ความเร็ว มันจะล่อนได้ดี แต่ไม่ได้ตรง ผมพยายามที่จะปรับปรุงให้มีเสถียรภาพที่ความเร็วทั้งหมด โดยในครั้งนั้นปาร์กเกอร์บราเดอร์ได้ผลิต Skyros จำนาวนล้านชิ้น และได้แบ่งส่วนให้ผม ในที่สุดผมก็พัฒนามุมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในบนตัวเครื่องร่อน [เหมือน airfoil] ผลของมันออกมาอย่างกับมีมนต์ขลังที่เสกออกมาได้เลย

 

ขณะนั้นขาย Aerobies ได้มากกว่า Frisbees?

ผมไม่คิดอย่างนั้น แต่น่าจะดีกว่าสิบล้าน

 

ขอกลับไป AeroPress ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟคนหนึ่งกล่าวว่า "มันเป็นเครื่องทำกาแฟเอสเพรสโซสไตล์ดีกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านจำนวนมากที่เสียค่าใช้จ่ายยี่สิบหรือสามสิบเท่า." คุณคิดยังไงเกี่ยวกับราคาของมัน?

 

มันเป็นชิ้นงานเล็กๆ ที่บริษัทส่วนใหญ่ที่ง่ายจะทำราคามันเป็นสองเท่าเพื่อให้ครอบคลุมค่าคอมมิชชั่นการขาย, ค่าใช้จ่ายและทุกอย่าง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป แม้ฟิลเตอร์ที่มีราคาถูกโดยทั่วไปจะเป็น 350 ชิ้นประมาณสามดอลลาร์และห้าสิบเซ็นต์ และคุณยังสามารถนำมาใช้ใหม่

 

 

คุณนำฟิลเตอร์กลับมาใช้ใหม่?

ผมทำมานานหลายปี และภรรยาของผมก็มักจะพูดกับผมว่า "อลันคุณไม่จำเป็นต้องนำฟิลเตอร์กลับมาใช้ใหม่, คุณมีฟิลเตอร์มากพอที่คุณต้องการ" ดังนั้นผมจึงไม่ได้นำมันกลับมาใช้มันซ้ำอีกต่อไป

 

กี่ครั้งที่คุณจะนำมาใช้ใหม่?

ผมใช้ฟิลเตอร์เดียวประมาณหนึ่งสัปดาห์ และนั่นอาจจะมากกว่าสิบห้าครั้ง เราได้อีเมลจากคนที่อยู่ในกองทัพเรือที่อาศัยอยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบิน เขาบอกว่า พวกเขาใช้ฟิลเตอร์หนึ่งเป็นเดือน แต่สำหรับผม พบว่าหลังจากใช้ประมาณสามสิบครั้งมันก็น่าจะกระจุยแล้ว

 

ฉันชอบที่ AeroPress เพราะมันทำความสะอาดตัวเอง นี่คือเป้าหมายของการออกแบบจากจุดเริ่มต้นหรือเล่า?

มันเป็นความโชคดี ผมเรียกมันว่า “ความบังเอิญ”

 

คุณทำการตลาดอย่างไร?

เราเกือบจะไม่มีการโฆษณา เราทำงานอย่างหนักที่จะได้ให้มันได้รับการยอมรับจากคนที่เขียนเกี่ยวกับกาแฟ

 

ยอดขายเป็นยังไง?

น่าจะเป็นล้าน ผมไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน เราอาจจะเก็บไว้เป็นความลับ

 

ผมเคยได้ยินว่าบางผู้ใช้ AeroPress ทำกาแฟแบบกลับหัว (Inverted) พวกเขาใช้มันแบบคว่ำแต่กลับทำกาแฟด้วยเวลาที่ยาวขึ้น คุณยอมรับมันได้ไหม?

สิ่งหนึ่งที่ AeroPress ทำได้คือ การใช้เวลาสั้นๆ จะทำให้กาแฟมีรสชาติที่ดี แต่ผมคิดว่าวิธีการ Inverted ซึ่งเป็นวิธีการขยายเวลาให้สูงขึ้นทำให้กาแฟขมมากขึ้น

 

นอกจากนี้ AeroPress คือ “การประชันแข่งขันกัน”?

ใช่มันเป็นและที่นำไปสู่​​การประชัน AeroPress ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คาดไม่ถึงมากว่าฉันจะไม่ได้คิดในล้านปี

 

อะไรบ้างคือความเพี้ยนจากสิ่งที่คุณพบในแง่ของการเกิด AeroPress?

ผู้ชายคนหนึ่งที่ทำกาแฟดริปแล้วใส่มันผ่าน AeroPress-ทำกาแฟหยดผ่าน AeroPress แทน มันดูน่ารักในระยะไกล แต่ในช่วงนั้นใครที่ชงแบบคว่ำ (Inverted) กลับคว้าแชมป์โลกสำหรับในปีหรือสองช่วงนั้น 

 

แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ผู้ชนะทั้งหมดสามคนในสหรัฐอเมริกาใช้วิธีการชงแบบปกติ ในความเป็นจริงคนที่ได้รับรางวัลการแข่งขันชิงแชมป์สหรัฐในปีที่ผ่านมาชงกาแฟแบบที่ใกล้เคียงกับคู่มือที่เราสอนมากที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทุกคนหลงใหล Blue Bottle Coffee ที่พวกเขาทำให้เห็นถึงซับซ้อนในการชงกาแฟแบบดริป อยากจะให้พวกเขาได้รู้ว่ามันดีกว่าหรืออร่อยกว่าไหมด้วย AeroPresses?

ใช่. เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่สั้นกว่าและมันขมน้อยกว่า

 

ความผิดพลาดที่พบมากที่สุดคนทำกับ AeroPress คืออะไร?

การกดดูเป็นเรื่องยาก ผมบอกผู้คนให้กดแบบอ่อนโยนในการกดเบาๆ จะทำให้เวลาในการเปียกช่วงเวลาที่สั้นทำให้น้ำกาแฟหวาน

 

คุณทำกาแฟกินกี่แก้วในแต่ละวัน?

ผมดื่มในตอนเช้าและบางทีอาจจะมีถ้วยที่สองสัปดาห์ในบางสัปดาห์ 

 

งานต่อไปของคุณคืออะไร?

เร็ว ๆ นี้ผมได้มีความคิดเกี่ยวกับอุปกรณ์การออกกำลังกาย ฉันคิดว่าจะอุปกรณ์ที่จะสนุกมาก อยากให้ผู้คนสนุกและมีความสุขกับอุปกรณ์ชิ้นนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

© 2015 GRAPHHOUSEASIA

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon